บทที่ 5 มรดกที่มีเจ้าบ่าวเป็นเงื่อนไข

“หนี้ทั้งหมดนี่...ของบริษัทเราจริงหรือคะ” หญิงสาวมองตัวเลขบนเอกสารอย่างไม่เชื่อสายตา เงินกู้ ภาระค้ำประกัน หนี้คู่ค้า และสัญญาทางการเงินอีกหลายฉบับ จำนวนรวมสูงกว่าที่เธอเคยคาดคิดหลายเท่า

“คุณพิชิตเมธพยายามจัดการปัญหามาสักพักแล้วครับ”

“ทำไมพ่อไม่เคยบอกฉัน”

“ท่านคงไม่อยากให้คุณกังวลระหว่างเรียน”

พิชญากำกระดาษแน่น “แล้วบ้านล่ะคะ”

ทนายเงียบไป

เธอเข้าใจคำตอบในทันที

“บ้านถูกใช้เป็นหลักประกันบางส่วนครับ”

หัวใจเหมือนถูกบีบ บริษัทที่เธอคิดว่าจะกลับมาช่วยพ่อพัฒนา กลับอยู่ในภาวะเกือบล้มละลาย บ้านที่แม่อาศัยอยู่ก็อาจถูกยึด

“ไม่มีทางอื่นเลยหรือคะ”

“ยังมีทรัพย์สินบางส่วน แต่ไม่เพียงพอสำหรับภาระทั้งหมด”

ชายสูงวัยหยิบซองจดหมายสีครีมออกจากกระเป๋า

“คุณพ่อของคุณฝากสิ่งนี้ไว้ และกำชับว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับท่าน ต้องมอบให้คุณโดยตรง”

หัวใจพิชญาสั่น ลายมือบนหน้าซองเป็นของพ่อ

ถึงพิชา เธอใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะกล้าเปิด

บรรทัดแรกทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไหลออกมา

พิชา ลูกสาวที่พ่อรักที่สุด พ่อขอโทษที่ไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง

ขอโทษที่ทิ้งภาระมากมายไว้ 

และเขียนถึงมรดกส่วนหนึ่งซึ่งอาจช่วยรักษาทั้งบริษัท และบ้านเอาไว้ได้

พิชญารีบอ่านต่อ

คุณปู่ได้ทิ้งหุ้นจำนวนยี่สิบเปอร์เซ็นต์ในกลุ่มวราธิกุล รวมถึงทรัพย์สินในกองมรดกที่มีมูลค่ามากพอสำหรับชำระหนี้จำนวนมากไว้ให้ลูก

เธอชะงัก “วราธิกุล?” ชื่อคุ้นหูอย่างประหลาด ภาพบูธสินค้าในห้างผุดขึ้นมา และตามมาด้วยใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่ง อชิระ

พิชญาก้มอ่านต่อ ยิ่งอ่าน สีหน้าก็ยิ่งเปลี่ยน

แต่พินัยกรรมของคุณปู่มีเงื่อนไข ลูกจะได้รับมรดกส่วนดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ต่อเมื่อแต่งงานกับทายาทตระกูลวราธิกุลที่ระบุไว้ และรักษาสถานะสมรสครบสามปี

เธออ่านประโยคเดิมซ้ำหลายครั้ง ก่อนเงยหน้ามองทนาย

“นี่เรื่องจริงหรือคะ”

“จริงครับ”

“พินัยกรรมบังคับให้ฉันแต่งงาน?”

“ในทางกฎหมาย ไม่มีใครบังคับให้คุณแต่งครับ คุณสามารถปฏิเสธได้ แต่หากปฏิเสธ คุณจะไม่ได้รับทรัพย์สินส่วนที่มีเงื่อนไข”

พิชญานั่งนิ่ง “แล้วฉันต้องแต่งกับใคร”

ทนายหยิบเอกสารอีกแผ่นออกมา วางลงตรงหน้า

เพียงเห็นชื่อบนกระดาษ โลกทั้งใบเหมือนเล่นตลกกับเธออีกครั้ง

นายอชิระ วราธิกุล

พิชญาจ้องชื่ออยู่นาน ผู้ชายที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังเป็นเพียงคนแปลกหน้าซึ่งทำให้หัวใจเธอเต้นแรง วันนี้กลับกลายเป็นผู้ชายที่พินัยกรรมกำหนดให้ต้องแต่งงานด้วย

“ไม่ค่ะ” หญิงสาววางเอกสารลง

“ฉันไม่แต่ง”

“คุณพิชญา....”

“ฉันจะขายทรัพย์สิน จะทำงาน จะหาเงินทางอื่น แต่ฉันจะไม่แต่งงานกับคนที่แทบไม่รู้จักเพราะต้องการเงิน”

ทนายไม่ได้โต้แย้ง “ผมเข้าใจครับ”

พิชญาก้มมองจดหมายจากพ่อ มือกำแน่น เธอเชื่อว่าตัวเองยังมีทางเลือก และต่อให้ต้องเหนื่อยแค่ไหน เธอก็จะไม่เอาชีวิตแต่งงานไปแลกกับมรดกเด็ดขาด 

แต่สองสัปดาห์ต่อมา... เสียงแก้วแตกดังขึ้นจากห้องอาหาร

พิชญารีบวิ่งลงจากชั้นบน ภาพที่เห็นทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น

วาริณีนอนอยู่กับพื้น แก้วน้ำแตกกระจายอยู่ข้างตัว มุมปากของมารดาเบี้ยว แขนข้างหนึ่งตกอยู่ข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง

“แม่!” พิชญาทรุดลงข้างตัว “แม่คะ ได้ยินพิชาไหม!”

ดวงตาวาริณีมองลูกสาว แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้

พิชญาหยิบโทรศัพท์ขึ้นด้วยมือสั่น และในวินาทีนั้น เธอก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า...บางครั้งชีวิตอาจบีบให้คนเราต้องเลือกสิ่งที่เคยสาบานว่าจะไม่มีวันเลือก

วาริณีรอดชีวิต แต่ข่าวจากแพทย์ไม่ได้ทำให้พิชญาโล่งใจนัก เส้นเลือดในสมองของมารดามีปัญหา ส่งผลให้ร่างกายซีกหนึ่งอ่อนแรง และต้องเข้ารับการรักษารวมถึงกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายสูงจนน่าตกใจ 

คืนนั้น พิชญานั่งอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยเพียงลำพัง โทรศัพท์เต็มไปด้วยข้อความจากฝ่ายบัญชี เงินหมุนเวียนของบริษัทเหลือไม่มาก

เจ้าหนี้บางรายเริ่มทวงถาม บ้านยังติดหลักประกัน ส่วนแม่กำลังนอนป่วยอยู่หลังประตู หญิงสาวก้มหน้า น้ำตาหยดลงบนมือเป็นครั้งแรกหลังงานศพของบิดา “พ่อ...” เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“พิชาควรทำยังไง” ไม่มีใครตอบ แต่ชื่อหนึ่งกลับปรากฏขึ้นในความคิด อชิระ วราธิกุล

เช้าวันต่อมา พิชญาโทรหาทนาย “ช่วยติดต่อคุณอชิระให้ฉันด้วยค่ะ”

สามวันให้หลัง เธอยืนอยู่หน้าสำนักงานใหญ่ของวราธิกุลกรุ๊ป ตึกกระจกสูงใหญ่สะท้อนภาพผู้หญิงในชุดทำงานเรียบหรูที่พยายามประคองตัวเองให้ดูเข้มแข็ง เลขาฯ พาเธอขึ้นไปยังชั้นผู้บริหาร เมื่อประตูห้องทำงานเปิดออก พิชญาก็เห็นผู้ชายที่เคยพบกลางงานสินค้าอีกครั้ง

อชิระนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน

วันนี้เขาอยู่ในสูทสีเข้ม ใบหน้าคมดูเย็นชากว่าวันแรกหลายเท่า

“คุณพิชญา” เขาเอ่ยชื่อโดยไม่แปลกใจ

หญิงสาวเดินเข้าไป “คุณรู้ว่าฉันจะมาเรื่อง....?”

อชิระปิดแฟ้มตรงหน้า “ผมรู้เรื่องพินัยกรรมก่อนคุณเสียอีก”

พิชญาชะงัก “ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องอธิบายมาก”

“จริง” เขาเอนหลังพิงเก้าอี้

“บริษัทกำลังมีหนี้ บ้านเป็นหลักประกัน แม่คุณกำลังป่วย แล้วคุณต้องการมรดกจากปู่”

คำพูดตรงเกินไปจนพิชญาหน้าตึง “ฉันมาที่นี่เพื่อคุยเรื่องเงื่อนไข”

“เงื่อนไขก็ชัดอยู่แล้ว”

“ฉันหมายถึงวิธีจัดการหลังจากแต่งงาน”

อชิระหัวเราะในลำคอ เบามาก แต่เต็มไปด้วยการดูแคลน “รีบดีนะครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป